Loading

ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่

ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่

เป็นคำถามที่เทรดเดอร์ที่จะออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวว่า ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่ถึงจะออกมาเทรดอย่างเต็มตัวได้ ขอตอบสั้นๆ ก่อนเลยว่า ต้องใหญ่พอสมควร ถึงจะทำอย่างนี้ได้ เดี๋ยวจะอธิบายว่าทำไม และต้องเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม

อาชีพเทรดเดอร์คล้ายกับการทำธุรกิจของตัวเองนั่นเหละ แล้วหนึ่งสาเหตุหลักสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้นั้นคือ สายป่านไม่พอ หรือ เงินทุนไม่พอนั่นเอง ธุรกิจที่ขนาดใหญ่มักมีความได้เปรียบในเรื่อง Economy of scale (การประหยัดต่อขนาด) ส่วนธุรกิจขนาดเล็กมักเสียเปรียบเรื่องนี้ การเทรดก็เช่นกัน ถ้าโบรกเกอร์คิดค่า Commissions เป็น Spread ออเดอร์ขนาดใหญ่มักจะได้เปรียบเรื่องค่า Commissions ตรงนี้ มากกว่าออเดอร์ขนาดเล็ก

และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เทรดเดอร์ที่มีพอร์ตขนาดเล็กมักจะไม่ประสบความสำเร็จ คือ มักจะ Overtrading หรือเทรดเกินตัว เนื่องจากทุกคนที่เข้ามาในตลาด Forex 99% เลยต้องการที่จะรวย ต้องการปั้นพอร์ตให้โตเร็วๆ ต้องการลาออกจากงานประจำ หลายคนเชื่อคำพูดที่ว่า ตลาด Forex สามารถสร้างเงินจาก 1,000 ไปสู่ 100,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งมันไม่ฟังดูตลกมาก ไม่สมเหตุสมผลเลย ถ้าทุกคนทำได้อย่างงี้ ก็รวยกันไปทั้งโลกแล้ว ลองลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลกแห่งความเป็นจริง คนที่ทำได้อย่างนี้จะมีสักกี่คน บางทีแค่ 1 ในล้าน เหมือนกับคนถูกหวยรางวัลที่ 1 เรามัวแต่ไปมองคนที่ถูกหวย แต่ไม่เคยหันมามองคนที่ไม่ถูกเลย มีอีกเป็นล้านๆคน ซึ่งถ้าอยากใช้ชีวิตด้วยความตั้งใจ ไม่อาศัยดวง ควรจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากกว่า

โดยพวกพอร์ตเล็กมักจะชอบเป็นพวก Day trade คิดว่าการเพิ่มจำนวนรอบในการเทรดให้เร็วขึ้นจะเป็นตัวเร่งขนาดพอร์ตให้โตขึ้น แต่ลืมคิดไปว่า ยิ่งเราเทรดมากเท่าไหร่ เรายิ่งเสียค่า Commissions เยอะเท่านั้น

shutterstock_420804274

เข้าใจว่าขนาดพอร์ตที่เล็กนั้น ถ้าจะเทรดแบบปลอดภัย การเปิด ปิดแต่ละออเดอร์อาจได้เพียงค่าขนม เช่นรอบละ 50 -100 บาท มันอาจทำให้ดูน้อยนิด เทียบกับงานที่ทำอยู่ไม่ได้เลย ซึ่งที่จะแนะนำคือเราควรเทรดพอร์ตจำลองไปก่อน (Demo account) ตั้งเงินทุนที่เหมาะสมจำลองการเทรด ลองเทรดให้ได้กำไรติดต่อกันสัก 3 เดือน แล้วดูผลงาน ถ้าเราสามารถทำกำไรได้ติดต่อกัน แสดงว่าเราสามารถอยู่รอดในการเทรดได้และ และก็พยายามหาเงินทุนให้มาเท่ากับจำนวนเงินที่เคยเปิดพอร์ต Demo ไว้ตอนแรก

แต่ถ้าคุณไม่สามารถหาเงินทุนที่คุณคิดว่าเหมาะสมได้จริง ๆ มันมีหลายทางเลือก

  1. หาเงินทุน : นำผลงานการเทรดของคุณ ไปเสนอต่อนายทุนต่างๆที่สนใจ
  2. สะสมเงินทุนจากงานประจำ : และพยายามเทรดให้กำไรต่อเนื่องทุกเดือน
  3. ทำธุรกิจอย่างอื่นไปด้วย
  4. สมัครพวก prop firm
  5. เปิดคอร์สสอนต่างๆ

แล้วถ้าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพต้องมีเงินทุนเท่าไร่ถึงจะดี คำตอบมักไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่และความเสี่ยงที่คุณจะรับได้ เช่นคุณอยู่เมืองไทย ค่าครองชีพก็จะต่ำกว่าอยู่อังกฤษ เป็นต้น คุณอาจตั้งค่าใช้จ่ายของคุณเท่ากับ 1% ต่อเดือนของพอร์ต ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และควรมีเงินทุนสำรองให้อยู่รอดประมาณ 6-12 เดือน เผื่อไว้เพื่อสร้างความปลอดภัยในอาชีพ

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

Leave a Reply